Friday, July 23, 2010

เที่ยวเมืองปลวกจอมขยัน Hong Kong ไม่ใช่เกาะในฝัน

From Hong Kong Jul 2010

Long weekend ที่ผ่านมาได้ไปเที่ยวเมืองปลวก Hong Kong ที่หลายคนบอกว่านี่คือเกาะในฝัน ที่นี่ไม่ใช่ที่น่าอยู่สำหรับคนไทยอย่างเราที่ชอบความสะดวกสบาย ความง่าย และไม่แออัด แต่ก็อาจเป็นสวรรค์ของนักช็อปและนักกินจากทั่วโลก ถึงแม้ว่าจะอยู่ไม่ไกลเท่าไร (บินประมาณสองชั่วโมงกว่า) และได้ยินได้ฟังจากปากหลายคนถึงฮ่องกงก็ยังไม่เคยมีความคิด(เอง)ที่จะวางแผนการเดินทางไปฮ่องกงเสียที คราวนี้มีบุญมีคนชวนและจัดการการจองตั๋ว เลือกโรงแรมและกำหนดวันให้เสร็จสรรพว่า long weekend ตอนเข้าพรรษาว่างพอดี ก็เลยเป็นอันว่าได้ไปฮ่องกงจนได้ finally (ใจอยากจะไปแต่ญี่ปุ่น กับญี่ปุ่น ไม่รู้ทำไม) หัวหน้าการเดินทางคือแม่อร สมาชิกทั้งหมดอีก 5 คือพ่อโจ้ ไอโกะ เอมี่ แอม และ me รวมเป็นหกชีวิต

The Preparation
เชื่อหรือไม่แอมเตรียมตัวเป็นเดือน?
แอมไม่เคยอยากไปที่ไหนมากว่าญี่ปุ่นที่เราโปรดปรานกันสุดขีด ไม่ค่อยจะคิดอยากไปเที่ยวเมืองฝรั่งหรอกไม่ค่อยชอบ แต่คราวนี้เรามีแผนจะไปฮ่องกงโดยแม่อรเป็นคนนำเสนอ แอมนั้นตื่นเต้นสุดขีด เลือกกระเป๋าเดินทาง เลือกแล้วเลือกอีก เตรียมชุดตามรายการที่พ่อสอนไว้ให้เตรียมของไปให้พร้อม ทำใบรายการของที่จะเอาไป กำหนดลงไปเป็นวัน ๆ ว่าจะต้องใช้อะไรบ้าง ใครจะนึกว่าเด็ก 8 ขวบก็สามารถทำได้ ชุดต่าง ๆ ที่จะนำไปถูกเตรียมไว้ล่วงหน้าเป็นอย่างดี รวมถึงหนังสือและเกมส์ที่เอาไปใช้ระหว่างการเดินทาง

Day One - The Begining of Luxuriuos Cheap
ไปไม่ค่อยถึงไหนตั้งแต่วันแรก _ ไฟลท์ของเราเที่ยงกว่า คำนวณดูแล้วควรไปถึงสนามบินอย่างช้าก็สิบโมง เดินทางจากบ้านไปสนามบินให้หนึ่งชั่วโมง เผื่อรถติดอีกครึ่งชั่วโมง เราควรออกจากบ้านอย่างช้าก็แปดโมง แม่อรต้องติดประชุมด่วนในวันที่จะไปพอดีเลยต้องเลื่อนไฟลท์ไปเป็นตอนเย็นตามไปคนเดียว รถไม่ติดมากอย่างที่คิดเราไปถึงสนามบินประมาณเก้าโมงเช้า มองหาเคาท์เตอร์คาเธ่ฯ เจอแล้วก็ตรงดิ่งเข้าไป เช็คอิน โหลดกระเป๋าแล้วยังเหลือเวลาอีกเยอะ แต่โชคไม่ดีเท่าไรนัก พนักบอกเราว่าเครื่องจะดีเลย์ประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ที่ไหนได้เกือบสองชั่วโมง กว่าเราจะขึ้นเครื่องได้ กว่าจะได้ทานอาหารเที่ยงที่จะเสิร์ฟบนเครื่องก็บ่ายสองกว่าเกือบบ่ายสาม หิวกันจนไส้แทบขาด เด็กสองคนโชคดีหน่อยตรงที่แอบทานชิกเก้นนักเก็ทมาก่อนขึ้นเครื่อง เหมือนกับจะรู้ว่า่จะได้ทานอาหารเที่ยงช้ากว่าปกติ

From Hong Kong Jul 2010From Hong Kong Jul 2010

ถึงโรงแรมแล้ว Marco Polo Hong Kong ตามที่รถบัสพามา เราเข้าไปเช็คอินโดยแสดงใบจองที่พิมพ์มาจากอินเทอร์เน็ต พนักงานที่นี่ดูคล่องแคล่วและนิสัยดี เราจองไว้สองห้องแต่เขาแนะนำว่าตอนนี้มีห้องสูทว่างอยู่ใหญ่มากและวิวสุดยอดเห็นเกาะฮ่องกงทั้งหมด แต่เสียอย่างเดียวมีห้องนำ้เดียว มีเตียงใหญ่ในห้องนอนเตียงเดียว แต่เขาจะเอาเตียงเสริมมาให้อีกสองเตียงที่สามารถวางไว้ในห้องรับแขกได้ เขาบอกว่ายังไม่ต้องตัดสินใจก็ได้้จะพาขึ้นไปดูห้องสูทก่อนถ้าไม่ชอบก็เอาห้องเล็กสองห้องได้ แต่รับรองว่าต้องชอบแน่ ห้องสูทมีไม่กี่ห้องเท่านั้นในโรงแรมระดับนี้ เราตามเขาขึ้นไปยังชั้น 12 ห้อง 65 พอเปิดประตูเข้าไปเป็นห้องรับแขกใหญ่มาก มีทั้งโต๊ะทานข้าวและโซฟาขนาดใหญ่ มีครัวที่มีตู้เย็นและไมโครเวฟ มองไปที่หน้าต่างเห็นเกาะฮ่องกงยามค่ำคืนสวยงามมาก เลี้ยวซ้ายไปยังห้องนอน ผ่านห้องแต่งตัว ห้องนำ้ขนาดใหญ่ มีทั้ง bath และ shower และก็เป็นห้องนอนใหญ่ มีโต๊ะทำงานและมีตรงมุมหลบไว้อีกมีโต๊ะเครื่องแป้ง วัสดุของเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ทำด้วยไม้จริงดูหรูหราไปซะทุกอย่าง ทุกคนชอบวิวมาก เพราะมีหน้าต่างกระจกยาวไปตลอดตั้งแต่ห้องรับแขกไปจนถึงห้องนอน ตกลงว่าเรายอมเข้าคิวเข้าห้องนำ้กันตอนเช้ากับเย็นเท่านั้นเองน่า เพราะชอบห้องนี้มาก พอเอาของเข้าที่ รอพนักงานเอาเตียงอีกสองเตียงมาเสริมตรงห้องรับแขกเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มนึกถึงปัญหาของท้องต่อไป

Dinning ข้างทาง - อาหารมื้อแรกที่เกาลูน
ถนน Canton ยามคำ่คืน From Hong Kong Jul 2010
ถนน Canton เป็นที่ที่ รร. เราอยู่ ตรงข้ามมีร้านไฮโซของแพงระดับไฮเอนด์เรียงเป็นแถว แต่ไม่ค่อยเห็นมีคนเข้า ถนน Canton ขนานกับฝั่งของ habor และเรียงรายไปด้วยร้านค้าสำหรับนักช็อป และร้านอาหารไม่ค่อยเยอะมาก มีทั้งมอลล์ใหญ่เล็กเต็มไปหมด
แม่อรกับโจ้ทำ research มาเป็นอย่างดี ว่าควรจะทานอาหารที่ร้านใด ในแผนที่บอกว่าไม่ไกลจากโรงแรมเท่าไร อยู่บนถนนแคนตันนี่หละ เราพากันลงจากยอดจอมปลวกมาที่พื้นดินเดินไปตามถนน ผู้คนยังคงเดินกันขวักไขว่ ถนนหนทางที่นี่สะอาดมาก เห็นมีป้านรณรงค์ HK Super Clean น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำไมจึงสะอาดสะอ้านใกล้เคียงกับญี่ปุ่นเลยทีเดียว มีร้าน Channel มีคนรออยู่หน้าร้านเป็นคิวเล็ก ๆ เพราะว่าเขาจำกัดจำนวนคนในร้านไม่ให้เกินที่กำหนดไว้ (เฉพาะร้านของแพง ๆ อย่างนี้) แหมขนาดจะจ่ายตังค์ซื้อตั้งแพงยังต้องมารอคิว เรามองหาร้านที่บอกไม่เจอ เด็ก ๆ ก็หิวกันเหมือนกับผู้ใหญ่ เลยตัดสินใจเข้าร้านก๋วยเตี๋ยวเล็ก ๆ ข้างทางมีคนเข้าไปอย่างต่อเนื่อง น่าจะเป็นสิ่งประกันได้ว่าอะหย่อยแน่นอน หาที่นั่งได้เราก็สั่งก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นกันคนละชาม เด็ก ๆ ชอบจริง ๆ ราคาก็ไม่แพงมาก ร้านค่อนข้างแคบมาก ๆ หน้ากว้างไม่น่าเกิน 3-4 เมตรลึกเข้าไปไม่มาก โต๊ะนั่งเบียดกันต้องระวังเวลาคนเดินไปเดินมา อร่อยใช้ได้เลยร้านนี้เดี๋ยวคงได้มากินอีกครั้ง

Lazy night _ ทานอาหารเย็นเสร็จก็เดินเล่นแถวถนนแคนตันนิดหน่อยแวะร้านเซเว่นซื้อน้ำไปทานบนห้องกัน กะว่าคืนนี้ต้องนอนพักผ่อนให้สบายใจแบบ lazy night ไม่ต้องทำอะไรมาก แต่ก็ไม่วายต้องเช็คเมลผ่านอินเทอร์เน็ต

แม่อรตามมาทีหลัง __ แม่อรมาถึงแล้วและก็ลงไปหาอะไรทานสำหรับมื้อเย็นเรียบร้อยแล้วก็กลับขึ้นมาพักผ่อน เครื่องเสียงตรงห้องรับแขกก็ไม่ธรรมดานะ Bose ซะด้วยเสียงไพเราะเพราะพริ้งสมราคา เรายืนชมวิวเกาะฮ่องกงยามค่ำคืน ระหว่างที่รอคิวห้องน้ำ จากนั้นก็แยกย้ายกันเข้านอนเตรียมตัวที่จะตะลุยต่อในวันพรุ่งนี้

Day Two - Kids Wonder - The Disneys Hong Kong
ตื่นกันมาสายโด่งเพราะนอนกันดึกแล้วทะยอยกันเข้าห้องน้ำ โปรแกรมอาหารเช้าคือร้าน Sweet Dynasty ตามคำแนะนำของคนไทยที่เคยมา เราไปถึงก่อนเก้าโมงยังไม่ค่อยมีคนเท่าไร แต่พอนั่งสักพักก็มีคนเริ่มทะยอยกันเข้ามา แน่นอนว่าในกลุ่มนั้น ๆ ต้องมีคนไทยอย่างไม่ต้องสงสัย

ที่มาของคำว่า "เมืองปลวก"
พาเด็กไปแดนมหัศจรรย์กันดีกว่า
ช็อป Outlet กระจายรองเท้าแทบละลาย
นี่ฮ่องกงหรือเมืองไทย
ต่อรถไฟไปดิสนีย์
กลับเข้าโรงแรมก่อน เจ็บเท้าไปหมด
ทานอาหารเย็น

Day Three - The Top Most Delicious Food, I doubt
Late Breakfast ที่ Sweet Dynasty ที่คนไทยชอบกัน
แท็กซี่สุดยอดไป Star Ferry
Central
ตามไปกิน Yung Gee ห่านอร่อยอันดับสามของโลก I doubt
กลับมาช็อป Super Mall ที่ฝั่งเกาลูนต่อ
Marco Polo City
The Ocean Terminal
The Ocean Center

Mon Gok สวรรค์นักช็อป
ต้องเป็นนักต่อสู้ - ไม่ต่อไม่สู้อย่าลืมต่อรอง
ยี่สิบเหลือห้าบาท
ตลาดนัดต้องต่อราคาสถานเดียว - แนะนำเทคนิคการต่อรอง

Day Four - The Finishing _ Going Back Home
ตื่นสายกิน Sweet Dynasty อีกครั้ง
เฉลย "ห้องกง" ของไอโกะ
บายฮ่องกง









No comments: