Friday, July 30, 2010

Jakarta Trip

ไม่เคยมีความคิดที่จะไปอินโดนีเซียอยู่ในหัวสมองอันน้อยนิดนี้เลย แต่ก็หนีไม่พ้นจนได้เมื่อ CEO ให้ไปประชุมกับ CCBI กับ Julian แต่ก็ไม่เลวร้ายเท่าไร เมืองจากาต้าไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจเท่าไรแต่ก็มีเรื่องมาเล่าให้ฟังนิดหน่อยเท่าที่พอจะจำได้

Long Long Day
กลับจากไปบรรยายงานวิจัยที่โคราชมาถึง NYK ก็ปาเข้าไปสิบเอ็ดโมง โชคดีที่สอนมาหลายปีแล้วและเอกสารสำหรับการสอนก็พร้อมอยู่เสมอ ถึงบ้านเปลี่ยนชุดและ pack เตรียมตัวขึ้นเครื่อง เลขาจูเลี่ยนแจ้งไฟลท์ของ Air Asia ไว้เรียบร้อยทั้งขาไปขากลับ เราพิมพ์เอกสารที่เกี่ยวข้องใส่ไว้ในซองสีน้ำตาลเผื่อต้องใช้และบันทึกข้อมูลบางส่วนลงในไอโฟน กล้องไม่ต้องเอาไป เตรียมชุดไปสองชุดก็พอรองเท้าหนังสีดำแบบเป็นทางการอีกคู่ กะว่าไม่โหลดของเข้าใต้ท้องเครื่องเพราะขี้เกียจรอตอนออกจากสนามบิน ก็มีเป้หลังหนึ่งใบกับกระเป๋าออนบอร์ดที่สามารถใส่บนที่เก็บของเหนือศีรษะได้ สอนตั้งแต่บ่ายโมงจนถึงสองโมงครี่ง ก็บึ่งกลับมาเปลี่ยนชุดที่บ้าน เตรียมของและเอกสารอีกครั้ง ว่าจะไปเลยแต่ดูเวลาแล้วเร็วไปถ้ารอแอมกลับมาจากโรงเรียนก่อนก็ยังน่าจะทันเลยรอจนแอมลงจากรถโรงเรียน ของทุกอย่างเอาใส่รถแล้วก็ kiss goodbye ทั้งแอมและเอมี่ จากนั้นก็บึ่งรถไปสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อรอขึ้นเครื่องตอนสองทุ่ม ไปถึงสนามบินก่อนหกโมงนิดหน่อย เช็คอินผ่านอินเทอร์เน็ตมาแล้วไม่ต้องรอเข้าคิวเหมือนคนอื่น บอร์ดดิ้งพาสก็พิมพ์มาแล้วต้องการเพียงแค่ให้ จนท.ประทับตราก็พร้อมบิน เริ่มหิวข้าวแล้วต้องหาอะไรกินหน่อย เห็นมีสปาเก็ตตี้น่ากินก็เลยนั่งจัดการซะหนึ่งจาน ไม่ค่อยอร่อยเท่าไรสู่เอมี่ทำไม่ได้ นั่งเล่นเน็ตเช็คเมลและ sms คุยกับจูเลี่ยนว่าเรากำลังจะตามไป จูเลี่ยนไปตั้งแต่แต่บ่ายโมงแล้วไปรออยู่ที่โรงแรม วันนี้เป็นวันที่ยาวนานมาก

From CCBI Visit in Jakarta


On Cramped AirAsia
ในที่สุดก็ได้มาอยู่บนเครื่อง low cost ที่ไม่มีอะไรเสิร์ฟ (ถ้าไม่ซื้อ) นั่งในเก้าอี้ที่หัวเข่าแทบจะติดกับเบาะคนข้างหน้า ไฟลท์นี้ใช้เวลาจากเมืองไทยไปจาการ์ต้าสามชั่วโมงกว่า เวลาที่โน่นเท่ากับที่บ้านเรา กว่าจะไปถึงก็ปาเข้าไปเที่ยงคืน ที่นี่ดีอย่างคือไม่ต้องใช้วีซ่าถือพาสปอร์ตเดินเข้าหา ตม. ได้เลย เอ๋จองรถรับส่งไว้ให้แล้ว มีคนชูป้ายมารอรับ เป็นรถแคมรี่รุ่นใหม่ คนขับนั่งซะชิดด้านหน้าเหลือที่ว่างด้านหลังบาน โทรหา JC บอกว่าเรากำลังจะไป JC ให้เรารออยู่ที่ รร. จะไปรับแล้วพาไปดื่มเบียร์นิดหน่อย

First Night _ meets Paul
เรานั่งหลับไปสบายใช้เวลาประมาณ 45 นาทีก็ถึงโรงแรมกลางเมืองชื่อแกรน มหกรรม (Gran Maha Kam) น่าจะเป็นโรงแรมระดับสี่ห้าดาว ค่อนข้างเก่าแต่ยังหรูหรา ห้องก็เล็กและคลาสสิคดี เช็คอินเอากระเป๋าเก็บไว้ในห้องแล้วก็ลงมารอ JC มากับ Paul ในรถโตโยต้าแวน มีพลขับมาเรานั่งกันข้างหลังสามคน พอลพาไปใกล้ๆ เป็นผับไม่ใหญ่มาก มีฝรั่งและคนท้องถิ่นเต็มไปหมด มีวงดนตรีเล่นอยู่ตรงกลาง เรานั่งคุยและดื่มคนละสองขวดเบียร์เล็กก็ได้เวลากลับไปพักผ่อนที่โรงแรม หลับสบายบนเตียงนุ่ม ๆ กับผ้าห่มเนื้อดี

First day in Jakarta
เรามีนัดกับ Debbie ซึ่งเป็น IT director ของ CCBI ตอนบ่ายโมง ก็เลยตื่นสายได้ แท็กซี่พาเราไปส่งที่ตึก Ericson ซึ่งเป็นเหมือ Office building มีหลายบริษัทแชร์กันอยู่ มี พนง.รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มแข็งแสดงให้เห็นว่ามีอันตราย อาจอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเท่าไร เราแลกบัตรแล้วขึ้นไปชั้นแปด แล้วไปแลกบัตรอีกครั้งที่ CCBI แหมอะไรจะ secure กันขนาดนั้นแต่ก็ปลอดภัยกันไว้ก่อนดีกว่านะ จนท. พาเข้าไปพบ Debbie เราแนะนำตัวและสนทนาเรื่องงานกันเกือบชั่วโมงครึ่ง ได้กินโค้กอินโดเป็นครั้งแรก จริง ๆ แล้วเราน่าจะได้ไปดูระบบคอมพิวเตอร์ แต่ทาง CCBI เหมือนกับไม่ค่อยอยากให้เราดู หรือเค้าไม่ว่างที่จะพาเราไปทัศนศึกษาก็เป็นได้
From CCBI Visit in Jakarta
ประชุมเสร็จเรานั่งแท็กซี่กลับโรงแรม ถนนหนทางที่นี่บางที่ก็สะอาด(ส่วนใหญ่) แต่บางที่ก็น่ากลัว ลักษณะเมืองคล้าย ๆ เมืองขึ้นของพวกยุโรป ดูไปก็คล้ายพนมเปญในบางอารมณ์ สิ่งที่ดีของที่นี่คือเลนส์กลางเป็นเลนรถเมลโดยเฉพาะ ป้ายรถเมลมีไม่เยอะจะอยู่บนเกาะกลางถนน ถ้าจะขึ้นต้องปีนบันไดข้ามถนนไปยังเกาะกลาง รถเมลที่นี่เก่ามากและไม่มีรถเมลติดแอร์ให้เห็นซักคัน รถเบนซ์ที่นี่แทบจะไม่มีให้เห็นเท่าไร ไม่เหมือนกรุงเทพฯ



มาถึงโรงแรมนั่งปรึกษาเรื่องงานกันต่อที่บาร์ตรงล็อบบี้ สั่งคลับแซนด์วิชท์มาหม่ำ
พอลจะมารับตอนสี่โมงกว่าเพื่อไปยังร้านที่เป็นผับอังกฤษที่มีอาหารอร่อย ที่นี่เราพบกับชุมชนคนอังกฤษอีกชุดหนึ่ง เป็นหนุ่ม ๆ อังกฤษอีกสี่คนจำชื่อได้คนเดียวคือเควินที่เข้ามานั่งคุยกับเราบ่อย จากนั้นก็ไปแวะที่อพาร์ตเมนต์ของพอล คนอังกฤษนี่กินเบียร์พอกับคนเยอรมันเลย จากนั้นพอลก็พาตระเวณไปอีกร้านหนึ่ง และก็อีกร้านหนึ่งจนดึก กว่าจะกลับถึงโรงแรมก็แทบหมดแรง

From CCBI Visit in Jakarta


From CCBI Visit in Jakarta


Second day
ตื่นเช้ามาโทรหาเอมี่ และลงไปทานอาหารเช้า กลับขึ้นมานั่งทำงานต่อจนใกล้เที่ยงจูเลี่ยนโทรมาชวนไปกินข้าวเที่ยง คนขับรถของพอลมารับเราหลังจากที่เช็คเอาท์เรียบร้อยแล้ว กว่าจะกินข้าวเที่ยงเสร็จก็เกือบบ่ายสอง ไฟลท์ของเราบ่ายสี่โมงยี่สิบ คาดว่าน่าจะทันสบาย แต่ขาไปสนามบินนี่รถติดยิ่งกว่าเมืองไทยอีก กว่าจะไปถึงก็บ่ายสามกว่า แต่ก็ยังขึ้นเครื่องทัน ตอนแรกนึกว่าจะตกเครื่องบินซะแล้ว ขากลับดีหน่อย เอ๋จองที่นั่งให้แถวหน้านั่งสบายขึ้นเยอะ กลับมาถึงเมืองไทยก็ทุ่มกว่า ขับรถกลับมาบ้านคุณตาก็เกือบสามทุ่มรับประทานอาหารเย็นแล้วนอนหลับปุ๋ย ทริปนี้งดของฝากเพราะไม่รู้จะซื้ออะไรเลยจริง

Bye Jakarta

Friday, July 23, 2010

เที่ยวเมืองปลวกจอมขยัน Hong Kong ไม่ใช่เกาะในฝัน

From Hong Kong Jul 2010

Long weekend ที่ผ่านมาได้ไปเที่ยวเมืองปลวก Hong Kong ที่หลายคนบอกว่านี่คือเกาะในฝัน ที่นี่ไม่ใช่ที่น่าอยู่สำหรับคนไทยอย่างเราที่ชอบความสะดวกสบาย ความง่าย และไม่แออัด แต่ก็อาจเป็นสวรรค์ของนักช็อปและนักกินจากทั่วโลก ถึงแม้ว่าจะอยู่ไม่ไกลเท่าไร (บินประมาณสองชั่วโมงกว่า) และได้ยินได้ฟังจากปากหลายคนถึงฮ่องกงก็ยังไม่เคยมีความคิด(เอง)ที่จะวางแผนการเดินทางไปฮ่องกงเสียที คราวนี้มีบุญมีคนชวนและจัดการการจองตั๋ว เลือกโรงแรมและกำหนดวันให้เสร็จสรรพว่า long weekend ตอนเข้าพรรษาว่างพอดี ก็เลยเป็นอันว่าได้ไปฮ่องกงจนได้ finally (ใจอยากจะไปแต่ญี่ปุ่น กับญี่ปุ่น ไม่รู้ทำไม) หัวหน้าการเดินทางคือแม่อร สมาชิกทั้งหมดอีก 5 คือพ่อโจ้ ไอโกะ เอมี่ แอม และ me รวมเป็นหกชีวิต

The Preparation
เชื่อหรือไม่แอมเตรียมตัวเป็นเดือน?
แอมไม่เคยอยากไปที่ไหนมากว่าญี่ปุ่นที่เราโปรดปรานกันสุดขีด ไม่ค่อยจะคิดอยากไปเที่ยวเมืองฝรั่งหรอกไม่ค่อยชอบ แต่คราวนี้เรามีแผนจะไปฮ่องกงโดยแม่อรเป็นคนนำเสนอ แอมนั้นตื่นเต้นสุดขีด เลือกกระเป๋าเดินทาง เลือกแล้วเลือกอีก เตรียมชุดตามรายการที่พ่อสอนไว้ให้เตรียมของไปให้พร้อม ทำใบรายการของที่จะเอาไป กำหนดลงไปเป็นวัน ๆ ว่าจะต้องใช้อะไรบ้าง ใครจะนึกว่าเด็ก 8 ขวบก็สามารถทำได้ ชุดต่าง ๆ ที่จะนำไปถูกเตรียมไว้ล่วงหน้าเป็นอย่างดี รวมถึงหนังสือและเกมส์ที่เอาไปใช้ระหว่างการเดินทาง

Day One - The Begining of Luxuriuos Cheap
ไปไม่ค่อยถึงไหนตั้งแต่วันแรก _ ไฟลท์ของเราเที่ยงกว่า คำนวณดูแล้วควรไปถึงสนามบินอย่างช้าก็สิบโมง เดินทางจากบ้านไปสนามบินให้หนึ่งชั่วโมง เผื่อรถติดอีกครึ่งชั่วโมง เราควรออกจากบ้านอย่างช้าก็แปดโมง แม่อรต้องติดประชุมด่วนในวันที่จะไปพอดีเลยต้องเลื่อนไฟลท์ไปเป็นตอนเย็นตามไปคนเดียว รถไม่ติดมากอย่างที่คิดเราไปถึงสนามบินประมาณเก้าโมงเช้า มองหาเคาท์เตอร์คาเธ่ฯ เจอแล้วก็ตรงดิ่งเข้าไป เช็คอิน โหลดกระเป๋าแล้วยังเหลือเวลาอีกเยอะ แต่โชคไม่ดีเท่าไรนัก พนักบอกเราว่าเครื่องจะดีเลย์ประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ที่ไหนได้เกือบสองชั่วโมง กว่าเราจะขึ้นเครื่องได้ กว่าจะได้ทานอาหารเที่ยงที่จะเสิร์ฟบนเครื่องก็บ่ายสองกว่าเกือบบ่ายสาม หิวกันจนไส้แทบขาด เด็กสองคนโชคดีหน่อยตรงที่แอบทานชิกเก้นนักเก็ทมาก่อนขึ้นเครื่อง เหมือนกับจะรู้ว่า่จะได้ทานอาหารเที่ยงช้ากว่าปกติ

From Hong Kong Jul 2010From Hong Kong Jul 2010

ถึงโรงแรมแล้ว Marco Polo Hong Kong ตามที่รถบัสพามา เราเข้าไปเช็คอินโดยแสดงใบจองที่พิมพ์มาจากอินเทอร์เน็ต พนักงานที่นี่ดูคล่องแคล่วและนิสัยดี เราจองไว้สองห้องแต่เขาแนะนำว่าตอนนี้มีห้องสูทว่างอยู่ใหญ่มากและวิวสุดยอดเห็นเกาะฮ่องกงทั้งหมด แต่เสียอย่างเดียวมีห้องนำ้เดียว มีเตียงใหญ่ในห้องนอนเตียงเดียว แต่เขาจะเอาเตียงเสริมมาให้อีกสองเตียงที่สามารถวางไว้ในห้องรับแขกได้ เขาบอกว่ายังไม่ต้องตัดสินใจก็ได้้จะพาขึ้นไปดูห้องสูทก่อนถ้าไม่ชอบก็เอาห้องเล็กสองห้องได้ แต่รับรองว่าต้องชอบแน่ ห้องสูทมีไม่กี่ห้องเท่านั้นในโรงแรมระดับนี้ เราตามเขาขึ้นไปยังชั้น 12 ห้อง 65 พอเปิดประตูเข้าไปเป็นห้องรับแขกใหญ่มาก มีทั้งโต๊ะทานข้าวและโซฟาขนาดใหญ่ มีครัวที่มีตู้เย็นและไมโครเวฟ มองไปที่หน้าต่างเห็นเกาะฮ่องกงยามค่ำคืนสวยงามมาก เลี้ยวซ้ายไปยังห้องนอน ผ่านห้องแต่งตัว ห้องนำ้ขนาดใหญ่ มีทั้ง bath และ shower และก็เป็นห้องนอนใหญ่ มีโต๊ะทำงานและมีตรงมุมหลบไว้อีกมีโต๊ะเครื่องแป้ง วัสดุของเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ทำด้วยไม้จริงดูหรูหราไปซะทุกอย่าง ทุกคนชอบวิวมาก เพราะมีหน้าต่างกระจกยาวไปตลอดตั้งแต่ห้องรับแขกไปจนถึงห้องนอน ตกลงว่าเรายอมเข้าคิวเข้าห้องนำ้กันตอนเช้ากับเย็นเท่านั้นเองน่า เพราะชอบห้องนี้มาก พอเอาของเข้าที่ รอพนักงานเอาเตียงอีกสองเตียงมาเสริมตรงห้องรับแขกเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มนึกถึงปัญหาของท้องต่อไป

Dinning ข้างทาง - อาหารมื้อแรกที่เกาลูน
ถนน Canton ยามคำ่คืน From Hong Kong Jul 2010
ถนน Canton เป็นที่ที่ รร. เราอยู่ ตรงข้ามมีร้านไฮโซของแพงระดับไฮเอนด์เรียงเป็นแถว แต่ไม่ค่อยเห็นมีคนเข้า ถนน Canton ขนานกับฝั่งของ habor และเรียงรายไปด้วยร้านค้าสำหรับนักช็อป และร้านอาหารไม่ค่อยเยอะมาก มีทั้งมอลล์ใหญ่เล็กเต็มไปหมด
แม่อรกับโจ้ทำ research มาเป็นอย่างดี ว่าควรจะทานอาหารที่ร้านใด ในแผนที่บอกว่าไม่ไกลจากโรงแรมเท่าไร อยู่บนถนนแคนตันนี่หละ เราพากันลงจากยอดจอมปลวกมาที่พื้นดินเดินไปตามถนน ผู้คนยังคงเดินกันขวักไขว่ ถนนหนทางที่นี่สะอาดมาก เห็นมีป้านรณรงค์ HK Super Clean น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำไมจึงสะอาดสะอ้านใกล้เคียงกับญี่ปุ่นเลยทีเดียว มีร้าน Channel มีคนรออยู่หน้าร้านเป็นคิวเล็ก ๆ เพราะว่าเขาจำกัดจำนวนคนในร้านไม่ให้เกินที่กำหนดไว้ (เฉพาะร้านของแพง ๆ อย่างนี้) แหมขนาดจะจ่ายตังค์ซื้อตั้งแพงยังต้องมารอคิว เรามองหาร้านที่บอกไม่เจอ เด็ก ๆ ก็หิวกันเหมือนกับผู้ใหญ่ เลยตัดสินใจเข้าร้านก๋วยเตี๋ยวเล็ก ๆ ข้างทางมีคนเข้าไปอย่างต่อเนื่อง น่าจะเป็นสิ่งประกันได้ว่าอะหย่อยแน่นอน หาที่นั่งได้เราก็สั่งก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นกันคนละชาม เด็ก ๆ ชอบจริง ๆ ราคาก็ไม่แพงมาก ร้านค่อนข้างแคบมาก ๆ หน้ากว้างไม่น่าเกิน 3-4 เมตรลึกเข้าไปไม่มาก โต๊ะนั่งเบียดกันต้องระวังเวลาคนเดินไปเดินมา อร่อยใช้ได้เลยร้านนี้เดี๋ยวคงได้มากินอีกครั้ง

Lazy night _ ทานอาหารเย็นเสร็จก็เดินเล่นแถวถนนแคนตันนิดหน่อยแวะร้านเซเว่นซื้อน้ำไปทานบนห้องกัน กะว่าคืนนี้ต้องนอนพักผ่อนให้สบายใจแบบ lazy night ไม่ต้องทำอะไรมาก แต่ก็ไม่วายต้องเช็คเมลผ่านอินเทอร์เน็ต

แม่อรตามมาทีหลัง __ แม่อรมาถึงแล้วและก็ลงไปหาอะไรทานสำหรับมื้อเย็นเรียบร้อยแล้วก็กลับขึ้นมาพักผ่อน เครื่องเสียงตรงห้องรับแขกก็ไม่ธรรมดานะ Bose ซะด้วยเสียงไพเราะเพราะพริ้งสมราคา เรายืนชมวิวเกาะฮ่องกงยามค่ำคืน ระหว่างที่รอคิวห้องน้ำ จากนั้นก็แยกย้ายกันเข้านอนเตรียมตัวที่จะตะลุยต่อในวันพรุ่งนี้

Day Two - Kids Wonder - The Disneys Hong Kong
ตื่นกันมาสายโด่งเพราะนอนกันดึกแล้วทะยอยกันเข้าห้องน้ำ โปรแกรมอาหารเช้าคือร้าน Sweet Dynasty ตามคำแนะนำของคนไทยที่เคยมา เราไปถึงก่อนเก้าโมงยังไม่ค่อยมีคนเท่าไร แต่พอนั่งสักพักก็มีคนเริ่มทะยอยกันเข้ามา แน่นอนว่าในกลุ่มนั้น ๆ ต้องมีคนไทยอย่างไม่ต้องสงสัย

ที่มาของคำว่า "เมืองปลวก"
พาเด็กไปแดนมหัศจรรย์กันดีกว่า
ช็อป Outlet กระจายรองเท้าแทบละลาย
นี่ฮ่องกงหรือเมืองไทย
ต่อรถไฟไปดิสนีย์
กลับเข้าโรงแรมก่อน เจ็บเท้าไปหมด
ทานอาหารเย็น

Day Three - The Top Most Delicious Food, I doubt
Late Breakfast ที่ Sweet Dynasty ที่คนไทยชอบกัน
แท็กซี่สุดยอดไป Star Ferry
Central
ตามไปกิน Yung Gee ห่านอร่อยอันดับสามของโลก I doubt
กลับมาช็อป Super Mall ที่ฝั่งเกาลูนต่อ
Marco Polo City
The Ocean Terminal
The Ocean Center

Mon Gok สวรรค์นักช็อป
ต้องเป็นนักต่อสู้ - ไม่ต่อไม่สู้อย่าลืมต่อรอง
ยี่สิบเหลือห้าบาท
ตลาดนัดต้องต่อราคาสถานเดียว - แนะนำเทคนิคการต่อรอง

Day Four - The Finishing _ Going Back Home
ตื่นสายกิน Sweet Dynasty อีกครั้ง
เฉลย "ห้องกง" ของไอโกะ
บายฮ่องกง









Thursday, June 10, 2010

Web Attack Simulation ด้วย WebGoat

WebGoat เป็นระบบเรียนรู้การโจมตีเว็บเซอร์ฟเวอร์สำเร็จรูป (บน Tomcat) เขียนด้วยจาวา เพื่อใช้สำหรับการศึกษาการโจมตีเว็บแอ็พพลิเคชั่นบนเว็บเซอร์ฟเวอร์

การติดตั้ง (บน Ubuntu 8)
  1. ดาวน์โหลดจาวา JDK (ใช้คำสั่ง wget http://cds.sun.com/is-bin/INTERSHOP.enfinity/WFS/CDS-CDS_Developer-Site/en_US/-/USD/VerifyItem-Start/jdk-1_5_0_22-linux-i586.bin?BundledLineItemUUID=lf6J_hCwKPUAAAEpN4kOxSTv&OrderID=MaKJ_hCwBrkAAAEpJIkOxSTv&ProductID=EW5IBe.nXqsAAAEk2Q5UGl.X&FileName=/jdk-1_5_0_22-linux-i586.bin หรือดาวน์โหลดด้วยบราวเซอร์) ต้องใช้เวอร์ชั่น 1.6 ถ้าใช้ 1.5 ตามที่บอกไว้ใน readme.txt เดิมจะรันได้เฉพาะทอมแค็ท
  2. ไปที่ไดเร็กทอรี่ที่ดาวน์โหลดมา (ในที่นี้ /usr/local/) ติดตั้ง JDK ด้วยคำสั่ง sh ./jdk-6u20-linux-i586.bin แล้วตอบ yes เพื่อติดตั้ง jdk จะได้ไดเร็กทอรี่ /usr/local/jdk1.6.0_20
  3. ดาวน์โหลด WebGoat 5.2 (ใช้คำสั่ง wget http://sourceforge.net/projects/owasp/files/WebGoat/WebGoat%205.2/WebGoat-OWASP_Standard-5.2.zip/download) สมมุติว่าไฟล์นี้อยู่ที่ /root/download/WebGoat-OWASP_Standard-5.2.zip
  4. เมื่อได้ไฟล์แล้วย้ายไปที่ไดเร็กทอรี่ /root แตกไฟล์ออกด้วยคำสั่ง unzip /root/download/WebGoat-OWASP_Standard-5.2.zip ก็จะได้ไดเร็กทอรี่ /root/WebGoat-5.2 ซึ่งมีทอมแค็ทเว็บเซอร์ฟเวอร์ในตัวและมี webgoat
  5. จากนั้นแก้ไขไฟล์ /root/WebGoat-5.2/webgoat.sh ให้มีบรรทัดนี้ JAVA_HOME="/usr/local/jdk1.6.0_20" และอีกบรรทัด export JAVA_HOME หรือพิมพ์ใน shell ว่า export JAVA_HOME="/usr/local/jdk1.6.0_20"
  6. ภายใต้ไดเร็กทอรี่ /root/WebGoat-5.2 เริ่มรัน WebGoat ด้วยคำสั่ง sh ./webgoat.sh start8080 (ในที่นี้ผมมี Apache รันอยู่แล้วที่พอร์ต 80 จึงหลีกเลี่ยงให้ใช้พอร์ต 8080 แทน)
  7. ทดสอบด้วยการเปิดเว็บไปที่ http://localhost:8080/WebGoat/attack แล้วล็อกอินด้วยผู้ใช้ guest และรหัสผ่าน guest
การตั้งค่าให้ให้สามารถเข้าใช้ WebGoat ได้จากเครื่องอื่น
ค่า default ของการติดตั้งจะให้เฉพาะเครื่องที่รัน WebGoat เท่านั้นที่จะสามารถเข้าใช้เว็บนี้ได้ หากต้องการให้เครื่องอื่นสามารถเข้าใช้ได้ (เช่น ให้นักศึกษาเข้าทดสอบการใช้งาน) ต้องแก้ไขไฟล์ /root/WebGoat-5.2/tomcat/conf/server_8080.xml ตามขั้นตอนดังนี้
  1. รันคำสั่ง ifconfig เพื่อหาหมายเลขไอพีของเครื่อง (ในที่นี้สมมุติให้เป็น 10.134.68.11)
  2. ใช้ nano หรือ vi แก้ไขไฟล์ /root/WebGoat-5.2/tomcat/conf/server_8080.xml แก้หมายเลขไอพี 127.0.0.1 ทั้งหมดให้เป็น 10.134.68.11
  3. บันทึกไฟล์นี้ แล้ว restart WebGoat ใหม่
  4. เข้าสู่เว็บด้วย URL: http://10.134.68.11:8080/WebGoat/attack

การรัน
  1. เป็น root หรือ superuser
  2. เข้าไปที่ไดเร็กทอรี่ /root/WebG0at-5.2
  3. รันคำสั่ง sh ./webgoat.sh start8080
  4. ล็อกอินด้วยผู้ใช้ guest และรหัสผ่าน guest
การใช้งานเบื้องต้น
ล็อกอินไปที่เครื่องด้วยผู้ใช้ guest และรหัสผ่าน guest เมนูด้านซ้ายเป็นรายการของบทเรียน ซึ่งเมื่อคลิกที่เมนูแล้วจะแตกเป็นบทเรียนย่อยอีกชั้นหนึ่ง บทเรียนใดที่ได้ผ่านแล้วจะมีเครื่องหมายถูกกาไว้ข้างหน้า แท็บด้านบนจะเป็นเมูนสำหรับแต่ละบทเรียน ซึ่งผู้ใช้สามารถขอดู คำแนะนำ (hint) ดูเฉลย ดูแผนบทเรียน ได้ตามต้องการ

การสร้าง user
ผู้ใช้ของ WebGoat บริหารจัดการผ่านไฟล์ tomcat/conf/tomcat-users.xml หากต้องการเพิ่มผู้ใช้ให้แก้ไขไฟล์ xml นี้

บทเรียนออนไลน์เพิ่มเติมสำหรับ WebGoat
  1. Web Attack Simulation WalkThrough series, by Yehg

References: