Monday, April 6, 2009

Chemnitz Trip (Day 8)

๖ เม.ย.๕๒
วันนี้เดิมีตารางจัดให้เยี่ยมชมห้องแล็บของวิศวกรรมเครื่องกล แต่เราประชุมกันแล้วเห็นว่าไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับสาขาคอมพิวเตอร์ และวิศวกรรมไฟฟ้า ก็เลยขอเปลี่ยนเป็นการเข้าใช้ห้องสมุดดิจิตอลของเขา เพื้อค้นหาเอกสารวิจัย และใช้อินเทอร์เน็ต เมียร์โค่จัดให้เราใช้คอมพิวเตอร์ในห้องแล็บของเขา และล็อกอินด้วยแอ็คเคาท์ของเมียร์โค่เอง ส่วนนราเทพมีนัดกับ ดร.จันทรา ไปคุยเกี่ยวกับงานวิจัยเรื่อง Ground SAR (Synthetic Aperture Radar) ซึ่งนราเทพสนใจที่จะทำเป็นวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของเขา ดร.สุรัตน์ กับเรา นั่งทำงานกันจนถึงเที่ยง เมียร์โค่มารับและพาไปรับประทานอาหารเที่ยงที่ mensa ซึ่งเป็นคาเฟทีเรียของแคมปัสในเมืองนี้ รายการอาหารมีให้เลือกสามอย่าง เราเลือกเป็นเมนูเสต็ก กับเฟรนช์ฟรายด์ และทุกคนก็เลือกเหมือนกันรวมทั้งเมียร์โค่เอง เราไปนั่งโต๊ะเดียวกับเพื่อนร่วมงานของเมียร์โค่ เขาแนะนำตัวเองและตัวเรา เสร็จก็นั่งทานอาหารด้วยกัน วันนี้เปิดเทอมแล้ว มีนักศึกษานั่งรับประทานอาหารกันเต็มเกือบทุกโต๊ะ รวมถึงบรรดาอาจารย์และพนักงานที่ทำงานที่มหาวิทยาลัยด้วย ที่นี่แปลกอย่างคือเขาจะไม่ค่อยกินน้ำกันตอนทานอาหาร โดยเฉพาะตอนเที่ยง เรามองไปรอบ ๆ น้อยคนที่จะมีนำ้ตั้งอยู่บนโต๊ะ สงสัยค่านำ้จะแพงหรือไม่ก็ทุกคนจะมีนำ้ส่วนตัวที่นำมาจากข้างนอกอยู่แล้ว ไม่มีใครสนใจเรื่องทานนำ้เลย เราก็เลยรอจนทานอาหารเสร็จแล้วค่อยซื้อนำ้ทานกันตรงคาเฟทีเรียข้าง ๆ กลับมานั่งที่แล็บต่อ เมียร์โค่ทิ้งบัตรรูดเข้าประตูห้องแล็บไว้ให้หนึ่งใบ นั่งทำงานต่อได้สักพัก นราเทพก็กลับมาจากแคมปัสใหญ่ และยังไม่ได้ทานข้าวเที่ยง นราเทพเล่ารายละเอียดที่ไปคุยกับ ดร.จันทรา ซึ่งเป็นอาจารย์แขก มีความเชี่ยวชาญเรื่องเรดาร์และสนใจที่จะให้นราเทพทำเรดาภาคพื้นดิน SAR ซึ่งใช้คลื่นไมโครเวฟยิงออกไปและมีตัวจับการสะท้อนกลับมาของคลื่นไมโครเวฟ เช่นเดียวกับเรดาร์ที่ติดบนเครื่องบิน จากนั้นเราก็บอกเมียร์โค่ว่าจะขอกลับมาเตรียมการบรรยายสำหรับพรุ่งนี้ที่โรงแรมเพราะเราต้องใช้โน้ตบุ๊กและอินเทอร์เน็ต เราเตรียมกันเรียบร้อยก็นัดกับแป็ป (มัชฌิมะ) ที่ได้ทุนเรียนปริญญาเอกอยู่ที่เคมนิทซ์ เพื่อไปหาซื้อของฝาก และดูร้านซาทวน (Saturn) กันอีก จากนั้นแป็ปพาไปทานอาหาร น่าจะเป็นอิตาเลี่ยน ทุกคนได้โรลขนาดเท่าสากกระเบืออันใหญ่ ๆ ยาวประมาณสิบสองนิ้วเห็นจะได้ เห็นแล้วต้องคิดทำใจว่าทำยังไงถึงจะกินหมด ทุกคนกินกันหมดแล้วเหลือเราคนสุดท้ายที่ในที่สุดก็ต้องทิ้งหนึ่งนิ้วสุดท้ายลงถังขยะ จากนั้นก็เดินเล่นในมอลล์ต่อแล้วกลับมาที่โรงแรม พักผ่อนเตรียมตัวสำหรับการบรรยายพรุ่งนี้

No comments: