อังคาร ๗ เมษายน ๒๕๕๒
วันนี้เป็นวันสำคัญที่เราต้องบรรยายงานวิจัยของ รร.จปร. ให้อาจารย์และนักเรียนของเคมนิทซ์ฟัง แต่พวกเรานัดกันกินข้าวสายหน่อยเป็นแปดโมง อาหารเช้าเหมือนเดิมไม่ค่อยเปลี่ยน แต่มีเพิ่มมาอย่าง เป็นปลา และมีวาซาบิสีไม่เขียวเหมือนของญี่ปุ่นพอทำให้หายเลี่ยนได้บ้าง สิบโมงเราไปเคาะประตูสำนักงานของแมนดี้ เพราะนัดกับเมียร์โค่เพื่อไปชมแล็บที่เมียร์โค่รับผิดชอบ มีห้องเรียนที่ทุกโต๊ะมีคอมพิวเตอร์ ซึ่งแต่ละตัวจะมีจอแบนขนาดใหญ่สองจอขึ้นไป เชื่อมต่อกับระบบ FPGA สำหรับให้นักเรียนเรียนรู้การโปรแกรมเพื่อสร้างฮาร์ดแวร์ที่ต้องการ มีหุ่นยนต์ของ ดร.ฮาดท์ เมียร์โค่สาธิตการควบคุมหุ่นยนต์ หุ่นยนต์ตัวนี้ราคาแพงมาก สามารถให้นักเรียนปริญญาโทเขียนโปรแกรมควบคุมหรือทดสอบอัลกอริธึ่มต่าง ๆ ของเขา จากนั้นเมียร์โค่พาไปที่ห้องทำงานของเขา มีนักศึกษาปริญญาเอกอยู่ร่วมห้องทำวิจัยเรื่อง sensor network ที่ติดอยู่บนรถบีเอ็มที่ ดร.ฮาดท์ขับพาเราไปเมืองเดรสเดน เขาพาไปเปิดดูรถที่ติดเซนเซอร์ไว้เต็มไปหมด ทั้งอัตราเร่ง การเคลื่อนไหวของรถ เสียงรบกวน อุณหภูมิ เครื่องหาตำแหน่งจากดาวเทียม (GPS) เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่มีระบบเครือข่ายไร้สาย เมื่อรถจอดเข้าที่จะถ่ายข้อมูลจากเซนเซอร์ที่บันทึกไว้ในรถ เที่ยงเราทานอาหารกันที่เมนซ่า อีกเราเลือกไก่ทอดและมีผักต้ม แครอท ถั่วเขียว และมันฝรั่งอบ เราทานไก่หมดแต่ไม่สามารถทานผักที่เหลือได้ ก็เลยจำใจให้มันเหลืออย่างนั้น คนเยอรมันทานกันเกลี้ยงจานไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว เราไม่รู้ว่าเป็นการเสียมารยาทหรือเปล่าแต่ทำไงได้ บ่ายโมงเราไปพร้อมที่ห้องบรรยาย มีคนมาฟัง ๑๖ คนนับว่าเยอะพอสมควร ดร.ฮาดท์ตามมาฟังในตอนหลัง เราอธิบายเป็นภาษาอังกฤษโดยให้นราเทพช่วยกดสไลด์ให้ เล่าถึงงานวิจัยบนคลัสเตอร์ และงานวิจัยที่ทำตั้นแบบของเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับหน่วยทางยุทธวิธี และเน็ตเวอร์กไร้สายแบบตาข่าย ผู้ฟังทำการเคาะโต๊ะคล้าย ๆ กับการตบมือ เสร็จแล้วเรายื่นไม้ต่อให้ ดร.สุรัตน์ บรรยายงานวิจัยโครงการ Living Angkor Road กับโครงการ Geo-Spatial Digital Archive (GDAP) ผู้ฟังสนใจโครงการนี้พอสมควร จบการบรรยายก็มีการตอบคำถาม และหารือเล็กน้อย ดร.ฮาดท์ขอตัวเนื่องจากมีงานต่อ เรามีนัดกับเมียร์โค่ตอนบ่ายสามโมงสี่สิบห้า ยังมีเวลาเหลือเกือบสองชั่วโมงเลยขอตัวกลับมาเปลี่ยนชุดที่โรงแรม เพื่อเตรียมไปดูชมรมต่อรถไฟจำลองที่เมืองโชวพอลของเมียร์โค่ ถึงเวลาเราไปรอเมียร์โค่ที่หน้าห้องแมนดี้ ผู้ร่วมเดินทางมีมาเพิ่มคือ เคลมา และเพื่อนของเขา แมนดี้ เมียร์โค่ และพวกเราอีกสามคน เมียร์โค่บอกว่าเราจะไปแวะกันที่โรงงานผลิตเบียร์ Braustolz โดยขึ้นรถรางไป เสร็จจากโรงงานผลิตเบียร์เราก็ได้กินเบียร์อีกสองแก้ว ขึ้นรถรางกลับมาที่ในตัวเมือง ห้าโมงเย็นแล้วเมียร์โค่บอกให้เราหาอะไรทานก่อนเพราะตรงที่จะไปไม่มีอาหารกิน เราไปซื้อไส้กรอกย่างกับขนมปังรองท้อง จากนั้นขึ้นรถเมล์เพื่อเดินทางไปเมืองโชวพอลที่เป็นที่พำนักของเมียร์โค่ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็ไปถึงเราลงจากรถเมล แล้วมีพรรคพวกของเมียร์โค่ขับรถมารับสองคันเพื่อพาไปยังชมรมสร้างรถไฟของเขา เมืองที่เมียร์โค่อยู่นี่สวยมากเป็ฯเมืองเล็ก ๆ ถนนไม่ใหญ่มากแต่เกาะกันอยู่ตามภูเขา ตึกที่เป็นที่ตั้งของชมรมอยู่ห่างจากบ้านเมียร์โค่ประมาณร้อยเมตรเอง อยู่บนไหล่เขามองลงไปเห็นกลุ่มเมืองด้านล่างสวยงานมาก ตอนแรกเรานึกภาพไม่ออกว่าจะเป็นแบบไหน แต่พอเข้าไปเราต้องบอกว่าน่าทึ่งมากในสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมา มีรถไฟจำลองแบบต่าง สร้างเมืองจำลองขึ้นมาเต็มห้องไปหมด ถ้านับราคาค่างวดจริง ๆ แล้วคงเหยีบล้านแน่ ๆ แต่พวกนี้เขาทำด้วยใจรัก เขามีวิธีหาเงินเข้าชมรมด้วยการจัดการแสดง โดยเก็บตั๋วคนละสองยูโร มีคนมาดูประมาณสองพันถึงสองพันห้้า ก็นับว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากโดยเฉพาะสำหรับเด็ก ๆ เมียร์โค่จะทำงานต่อที่นี่ในวันนี้บางทีก็ถึงตีหนึ่ง พรรคพวกของเมียร์โค่ขับรถมาส่งเราเพื่อไปขึ้นรถไฟเทียวสามทุ่มครึ่งกลับมายังเคมนิทซ์ เราแวะซื้ออาหารเย็นที่เบอร์เกอร์คิง แล้วก็แยกย้ายกันเอามาทานที่ห้อง เรายังไม่ง่วงก็เลยมานั่งเขียน journal นี่แหละ Guten Abend
No comments:
Post a Comment