Tuesday, April 14, 2009

Chemnitz Trip 2009 Day 11

๙ เมษายน ๒๕๕๒

อำลาท่านอธิการบดีอย่างเป็นทาการ - วันนี้ตามตารางมีแผนไปเยี่ยมคำนับท่านอธิการของเคมนิทซ์ Mr.Alles ซึ่งเรายังไม่ได้เจอท่านเลยตั้งแต่มาถึงเนื่องจากตารางท่านเต็มตลอด เพิ่งเห็นรถท่านและพลขับเมื่อวานก่อน ทุกคนแต่งตัวเต็มยศ มีเสื้อนอกและผูกไทด์ แปดโมงครึ่งเราออกเดินจากโรงแรมไปยังตึกที่ท่านอยู่ คณะเราสามคน แป็ป และมีเมียร์โค่เข้าไปด้วย เข้าพบที่ห้องทำงานเวลา 8 โมง 45 นาที มีการแลกเปลี่ยนของที่ระลึกกันเล็กน้อย ท่านฝากของกล่องเล็ก ๆ ไปให้ ผบ.ฯ ของเรา จากนั้นออกมาถ่ายรูปกันตรงโถงหน้าห้องตามธรรมเนียม แล้วเราก็ถือโอกาสอำลา เพื่อกลับไปเปลี่ยนชุดที่โรงแรม ท่านอธิการดูยังหนุ่มและแข็งแรง เวลาเดินเหินไปด้วยความรวดเร็ว สายตาเฉียบคมรวมถึงคำพูดต่าง ๆ บ่งบอกให้รู้ว่านี่คือนักบริหารและนักการเมืองมืออาชีพ เขาพี่งได้รับอนุมัติจากบอร์ดเพื่อต่อสัญญาให้ดำรงตำแหน่งต่ออีกหลายปี จากผลงานที่ได้แสดงออกมาให้เห็นในระดับชาิติและการติดต่อกับนานาชาติ เสร็จจากที่สำนักงานอธิการแล้ว ดร.สุรัตน์ และนราเทพ กลับไปที่โรงแรม ส่วนเราและแป็ป ไปหามาทีอาล เพื่อกรอกใบสมัครของแอ็คเคาท์ระบบคอมพิวเตอร์ของเคมนิทซ์ เพื่อเป็นทางผ่านให้เข้าไปยังระบบซูเปอร์คอมพิวเตอร์ CHIC ของเคมนิทซ์ เราได้ล็อกอินก่อนเที่ยง แต่ยังไม่สามารถ remote login เ้ข้าไปที่เครื่อง CHIC ได้ เราบอกเขาว่าจะมาแวะทดสอบอีกทีตอนประมาณบ่ายสี่โมง เพราะเมียร์โค่นัดสี่โมงสิบห้า เพื่อขึ้นรถไฟไปทานอาหารเย็นเลี้ยงอำลาที่ปราสาทแห่งหนึ่ง เราเอารูปจากกล้องที่ถ่ายไว้ก็อปปี้ให้เมียร์โค่เพื่อนำไปฉายดูกันระหว่างรับประทานอาหารเย็น

เตรียมกระเป๋าเดินทาง - กระเป๋าเดินทางตอนนี้อัดของเต็มเหยียดโดย luggage หลักที่ใช้นั้นใส่ของที่ไม่สามารถเอาขึ้นเครื่องได้ เช่น มีดพับ ของเหลวต่าง ๆ ตามระเบียบความปลอดภัยของสายการบิน ส่วนอีกใบเป็นออนบอร์ดที่ลากขึ้นเครื่องและยังมีเป้สะพายหลังอีกหนึ่งใบ โน้ตบุ๊กเอาใส่เป้รวมถึงกล้องต่าง ๆ ส่วนเสื้อกันหนาวและของที่อาจจะต้องหยิบใช้ใส่กระเป๋าลากออนบอร์ดไปซึ่งยังคงดูหลวม ๆ สามารถซื้อของใส่เข้าไปได้อีก เสื้อผ้า่ที่นำมายังมีหลายตัวที่ไม่ได้ใส่ เพราะบางตัวก็ใส่ซ้ำได้ เนื่องจากอากาศหนาวเย็นเสื้อผ้าไม่เหม็น และไม่เหนียวเหนอะหนะเหมือนที่บ้านเรา ส่วนถุงเท้าก็ซักเอาบ้าง และตากในห้องน้ำ อากาศที่นี่แห้งตากตอนเย็นตอนเช้าก็แห้งแล้ว โดยเฉพาะถ้าเอาไปแขวนตรงฮีทเตอร์ เราหาอะไรทานกันตอนเที่ยง แป็ปบอกว่าจะพาไปทานอาหารจีน เพราะเดียวตอนเย็นก็ต้องทานอาหารฝรั่งอีก ร้านอาหารจีนอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมเท่าไร พอทานกันเสร็จก็ไปเิดินซื้อของฝากกันต่อที่ห้าง Kauhof ใกล้ ๆ โรงแรมแต่ต้องเดินไปอีกด้านหนึ่ง มีขนมกัมมี่แบร์ลดราคาอยู่เหลือถุงละ 0.99 ยูโร ซึ่งถูกกว่าที่เมืองไทยประมาณครี่งหนึ่ง เลยซื้อไปฝากลูกและหลาน ๆ หลายถุง จากนั้นไปดูเครื่องใช้อีิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แต่ก็ไม่ได้ซื้ออะไร ราคาใกล้เคียงกับที่เมืองไทย แต่คุณภาพหรือการคัดเกรดสินค้าน่าจะต่างกัน เพราะที่นี่ถ้าของไม่ดีสามารถคืนได้ ไฟฟ้าที่เยอรมันเป็นระบบ 220 โวลท์ แต่ปลั๊กเป็นแบบรูกลมสองอัน โดยมีซ็อกเก็ตกลมใหญ่อยู่ด้านนอก ซึ่งสามารถเอาไปใช้เมืองไทยได้เลยเพราะปลั๊กที่บ้านเรารับประมาณสามระบบ

เลี้ยงอำลาที่ปราสาท - บ่ายโมงสิบห้าเราพร้อมกันที่หน้าห้องเมียร์โค่ จากมีมาทีอาลและนักศึกษาปริญญาโทอีกคนที่จะไปด้วย เราขึ้นรถไฟด้านหลังมหาวิทยาลัยไปประมาณครึ่งขั่วโมงก็ไปถึงปราสาท แต่ต้องเดินต่อไปอีกประมาณสามร้อยเมตร ปราสาทนี้ทางเมืองเคมนิทซ์ซื้อไว้ และทำการบูรณะเพื่อรักษาเป็นโบราณสถานอายุประมาณแปดร้อยปีเห็นจะได้ มีสนามกอล์ฟ และสนามไดร์ฟกอล์ฟอยู่อีกด้านของปราสาท และบางทีก็ใช้เป็นที่จัดงานของพวกไฮโซ รวมถึงงานต่าง ๆท ที่เมืองเขาจะจัดขึ้น ดร.ฮาร์ดท ยังมาไม่ถึง เห็นบอกว่าต้องกลับมาจากเดรสเดน เพราะมีงานที่ต้องไปที่นั่น เรานั่งกันด้านนอกของร้านอาหารตรงลานกลางปราสาท เพื่อรอ ดร.ฮาร์ดท เมียร์โค่แนะนำเบียร์อีกเช่นเคย นั่งคุยกันได้ประมาณยี่สิบนาที ดร.ฮาร์ดท ก็มาถึง เรานั่งคุยกันต่ออีกประมาณสิบนาที ครอบครัวของ ดร.ฮาร์ดก็มาถึง มีภรรยาตัวเล็ก ๆ และลูกชายสามคน ทั้งหมดเคยไปเมืองไทยแล้วตอนที่ ดร.ฮาร์ดท ต้องร่วมเดินทางไปกับท่านอธิการ จากนั้นเราก็ย้ายเข้าไปนั่งด้านในตัวอาคารซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปราสาท มีเสาที่มีความโค้งไปหากันตรงกลางซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของห้องของปราสาท ให้แสงที่อบอุ่นและดูโรแมนติคมาก ดร.ฮาร์ดทเลือกนั่งในสุด ที่ติดข้างฝา เพราะพวกเราเอาโปรเจ็กเตอร์มาเพื่อฉายดูรูป โดยเราจะเปิดรูปตอนที่เรามาที่เยอรมัน เมียร์โค่โชว์รูปตอนที่เขามาเมืองไทย และ ดร.ฮาร์ดท ก็จะเอาเครื่องโน้ตบุ๊คของเขาเปิดรูปตอนที่ไปเที่ยวเมืองไทยเช่นกัน
เราทานกันไป ดูรูป อธิบายรูป และวิจารณ์รูปกันไป จนสามทุ่มก็กล่าวอำลา และขอบคุณในไมตรีจิตที่ได้พาพวกเรามาเลี้ยงอาหารเย็นที่ปราสาทอันสวยงามแห่งนี้

จากนั้นเราก็เดินออกมาที่สถานีรถไฟ แล้วกลับมายังในตัวเมือง พวกเราแยกย้ายกันเมื่อมาถึงเพื่อเตรียมตัวกลับเมืองไทยพรุ่งนี้

No comments: