Wednesday, April 8, 2009

Chemnitz Trip 2009 Day 10

๘ เมษายน ๒๕๕๒

ตื่นมาตามเสียงนาฬิการปลุกตอนหกโมงครี่งรีบอาบน้ำแต่งตัวเสร็จพอดีกับเสียงระฆังที่โบสถ์ตีเตือนเวลา ลงไปรับประทานอาหารเช้า มีนราเทพลงมาแล้ว และ ดร.สุรัตน์ ก็ตามมาทีหลัง อาหารไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก แต่มีปลาเพิ่มขึ้นมาและมีคล้าย ๆ วาซาบิ ไส้กรอกเล็ก ๆ เป็นอาหารประจำวันที่พอจะทานได้บ่อย ๆ อาหารที่นี่ส่วนใหญ่จะรสเค็มมาก ๆ เนื้อปลาแซลมอนรมควัน ถ้าทานมาก ๆ ก็แย่เหมือนกันแต่ก็ดีกว่าไส้กรอกแบบต่าง ๆ รวมถึงแฮมด้วย เบคอนราดด้วยซ็อสทาบาสโค่ เผ็ด ๆ ผสมเปรี้ยวก็พอทำให้อาหารมีรสชาดมากขึ้น แล้วก็มีครัวซองต์อีกหนึ่งชิ้นแทนข้าวพอให้อยู่ไปถึงมื้อเที่ยงได้ ตบท้ายด้วยขนมเค็กหนึ่งชิ้น และนมหนึ่งแก้ว และที่ขาดไม่ได้ก็คือน้ำมะเขือเทศ กาแฟที่นี่จะเสิร์ฟให้คนละเหยือกเล็ก ๆ แต่ก็ทานไม่หมดซักวัน ทานอาหารเสร็จก็นั่งหารือกันเรื่องงานวิจัยต่าง ๆ ที่พอจะเป็นไปได้เพื้อสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เสร็จแล้วก็ขึ้นมาจัดกระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้าน เย เย เย ใกล้จะได้กลับแล้วอีกไม่กี่วัน

ดูของโบราณสามมิติด้วย VR - สิบโมงเช้าไปหาแมนดี้ที่ห้องเพื่อให้ติดต่อเมียร์โค่ให้พาเราไปที่ห้องแลบ VR ซึ่ง ดร.สุรัตน์ ขอดูข้อมูลของวัตถุโบราณ ทีี่ใช้เครื่องเลเซอร์แสกน นำมาเข้าโปรแกรมจัดการด้านโบราณคดี ผู้ที่มาอธิบายชื่อ Christian Horre เขาบอกว่านอกจากพัฒนาขึ้นเป็นงานวิจัยแล้วยังทำขายด้วยแต่ตั้ง 4,200 ยูโรนะ (ประมาณสองแสนกว่า) ปัญหาเกิดจากการที่พิพิธภัณฑ์ที่เมืองเดรสเดน มีนักโบราณคดีที่ต้องการทำฐานข้อมูล แต่ขาดคนวาดภาพสเก็ตเพื่อให้ได้ภาพลายเส้นในรูปแบบที่เข้าต้องการ ซึ่งโปรแกรมเมอร์บอกว่าสามารถทำได้ โดยขั้นตอนคือ การแสกนวัตถุเช่น ไหโบราณด้วยเลเซอร์สแกนเนอร์ ข้อมูลที่ได้จะเป็นจุดที่มีตำแหน่งสามมิติ (cloud dots) จากนั้นนำโปรแกรม Geometric Studio มาแปลงให้เป็นรูปทรงสามมิติ แล้วนำมาวิเคราะห์ในโปรแกรมที่ คริสเตียน พัฒนาขึ้นเองนี้ สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ดีกว่าสิ่งที่เคยทำมาและกระบวนการนี้ก็ได้ถูกนำไปใช้โดยนักโบราณคดีหลายแห่งในเยอรมันนี

เสรีจแล้วพักเที่ยงกินอาหารกลางวัน ไปดูเมนูในเอสเซ่นแล้ว คิดถึงอาหารเมืองไทยมาก คิดว่าคงทานไม่หมดเลยเลือก เมนูของคาเฟทีเรีย เป็นไส้กรอกกับมันฝรั่งทอด พอทานได้จนเกือบหมดจานแต่ก็เหลือซ็อสไว้ เพื่อนร่วมงานเยอรมันเหล่ ๆ และซุปซิบอะไรกันไม่รู้น่าจะเกี่ยวกับการที่เรากินของเหลือ แต่ช่วยไม่ได้มันคนละวัฒนธรรมกัน มันกินไม่ลงแล้วละ

กินเค็กผลไม้ของมาทีอาล
- เราทานอาหารเที่ยงเสร็จก็มานั่งในแล็บของเมียร์โค่ แฟนของมาทีอาล เอาขนมเค็กมาให้ เนื่องในโอกาสที่มาทีอาลกลับมาพักผ่อนแปดสัปดาห์ เขาก็เลยเอามาแจกจ่ายกัน ในกลุ่มเพื่อนร่วมทีม เมียร์โค่ไปเอาหม้อใส่กาแฟของเขามา เขากินกาแฟทั้งวัน และถ้ากินเบียร์ก็กินได้เรื่อย ๆ เค็กที่มาทีอาลเอามาเป็นเค็กผลไม้ที่มีสตอเบอรี่ และอีกก้อนเป็นพีช เราเลือกสตอเบอรี่ เพราะดูจะคุ้นกับที่เราเคยทานมากกว่า ทานแล้วก็อร่อยดี เค็กขายดีหมดเกลี้ยง เหลือ แต่เมียร์โค่เท่านั้นที่ยังไม่ได้ทาน เมียร์โค่หายไปพักหนึ่งหลังจากที่รินกาแฟให้เราและ ดร.สุรัตน์ สงสัยว่ากาแฟจะไม่พอเลยไปชงมาใหม่

คราบถ้วยกาแฟของเมียร์โค
่ - ถ้วยกาแฟของเมียร์โค่เป็นถ้วยกาแฟส่วนตัว และไม่ยอมล้างมาหกเดือนแล้วเขาบอกว่ามันทำให้รสของกาแฟดีกว่าใส่ถ้วยใหม่ เมียร์โค่หายไปนานและมาทีอาลซึ่งเป็นเพื่อนร่วมห้องแล็บของเมียร์โค่ต้องการแกล้ง ก็เลยแอบเอาถ้วยกาแฟไปล้าง เมียร์โค่กลับมาพร้อมหลอดใส่กาแฟ แต่เห็นพวกเราอมยิ้มอย่างมีเลศนัย พอเห็นถ้วยกาแฟของตัวเองถูกล้างไปเรียบร้อยก็โกรธมาทีอาลใหญ่และคงรู้ว่ามาทีอาลเป็นคนแกล้งล้างถ้วยกาแฟของเขา เขาบอกว่ามาทีอาลทำลายผลงานที่เขาสร้างไว้ถึงหกเดือนที่อุตส่าห์สะสมมาโดยไม่ล้างถ้วยกาแฟ ทุกคนหัวเราะกันใหญ่ แต่ก็สงสารเมียร์โค่

ดูห้องซูเปอร์คอมพิวเตอร
์ CHIC - เราถามว่าเราต้องราถึงบ่ายโมงหรือปล่าวที่จะไปดูซูเปอร์คอมพิวเตอร์ตัวใหม่ของเคมนิทซ์ มาทีอาลบอกว่าเราไปดูกันได้เลย ก็เลยยกคณะไปดูห้องซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ซึ่งชื่อว่า CHIC มีผู้รับผิดชอบห้องนี้มาอธิบายให้ฟังว่า เป็นของไอบีเอ็ม ซีพียูเป็นอ็อพทรอน และใช้ดิสก์แบบรวมชื่อ ลาสเตอร์ มีทั้งหมดห้าร้อยกว่าซีพียู ใช้สำหรับการคำนวณงานวิจัยทางด้านฟิสิกส์เป็นส่วนใหญ่ มีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ โดยมีการส่งน้ำเย็นเข้ามาและระบายน้ำรอ้นกลับไปยังบริษัท่ที่รับนำ้ร้อนนี่ไปใช้ประโยชน์ เราสอบถามและถ่ายรูปซูปเปอร์คอมพิวเตอร์นี้ ซึ่งมีการเชื่อมต่อที่สลับซับซ้อน การเชื่อมระหว่าง computing node เชื่อมต่อด้วยเน็ตเวอร์กความเร็วสูง อินฟินิตแบนด์ และการเชื่อมต่่อด้วย สายแบบสิบกิ๊กกะบิทต่อวินาที ระบบการเชื่อมต่อของชิคนี่สลับซับซ้อนมาก มีสายระโยงระยางไมหมดต้องใช้ความเพียรพยายามอย่างสูงกว่าที่จะเชื่อมต่อได้สำเร็จทั้งระบบ

ของที่ระลึกและของแถม
- จากนั้น ดร.สุรัตน์ต้องการซื้อของที่ระลึกของเคมนิทซ์เป็นเสื้อยืดคอกลมไปฝากลูกสาว เลือกกันอยู่นานได้มาสามตัว คนขายหยิบของแถมให้เต็มถุงเลย ทีทั้งปากกาที่มีตราเคมนิทซ์ ไฮไลท์ และขนมต่าง ๆ ดร.สุรัตน์แฮ็ปปี้มากที่ได้ของแถมมามากมายเกินคาด

แนวทางการวิจัยร่วม
- บ่ายสี่โมงครึ่งมีนัดกับ ดร.ฮาดท์ คณะบดีของคอมพิวเตอร์ เพื่อหารือถึงแนวทางการวิจัยร่วมกันระหว่าง รร.จปร. กับ ม.เคมนิทซ์ เมียร์โค่พาเรามาส่งที่ห้องของ ศ.ฮาดท์ เรานั่งคุยกันถึงแนวทางการสร้างความร่วมมือการวิจัยด้วยการนำโมเดลในโครงการของ ดร.สุรัตน์ มาแสดงผลในระบบ VR ของเคมนิทซ์ เราวางแผนให้เข้ากับงานนิทรรศการ รร.จปร. ซึ่งจะมีในวันที่ ๒๕ พ.ย.๕๒ เราสำเนาไฟล์ให้ ดร.ฮาร์ดท และเปิดวิดีโอที่แสดงภาพสามมิติของปราสาทตาเมือน กับวัดที่อยุธยา ซึ่งเป็นฝีมือของอาจารย์จ่อย (พ.อ.ศุภชัย ศรีหอม) ดร.ฮาร์ดท บอกว่าจะให้เลขาอีเมลไปให้กลุ่มของ VR ซึ่งมี ดร. Brunnete เป็นผู้นำในด้านนี้ ทั้งนี้เพื่อสำรวจดูว่าข้อมูลสามมิติที่เราให้ไปนั้นสามารถแสดงผลในระบบ VR ของเคมนิทซ์ได้

ขาหมูเยอรมัน
- เมียร์โค่นัดเราหกโมงเย็นที่โรงแรม มาพร้อมกับนักศึกษาปริญญาโท และแมนดี้อีกเช่่นเคย เมียร์โค่เคยถามพวกเราว่าอยากทานอะไรเป็นพิเศษ จะพาไปกินแต่ออกปากว่ามื้อนี้ ดร.ฮาร์ดทไม่ได้เลี้ยงนะ ดร.สุรัตน์ บอกไม่เป็นไรเดี๋ยวจัดกาัรเอง เมียร์โค่พาไปที่ร้านอาหารชื่อ Karl Pub อยู่ตรงกันข้ามกับรูปปั้นของ คาร์ล มาร์กซ และข้าง ๆ ก็มีอีกร้านชื่อ City Pub ร้านนี้ดูข้างนอกดูเหมือนไม่ใหญ่ แต่พอเข้าไปด้านในจริง ๆ แล้วใหญ่พอสมควร และสามารถเดินทะลุไปด้านหลังได้ เราสามคนสั่งขาหมู แบบของเยอรมัน (คงเป็นตะวันออก) ถ้าให้อธิบายให้กระจ่าง ลองนึกถึงภาพขาหมูที่อยู่ในข้าวขาหมูที่บ้านเรา แต่นี่มาทั้งก้อนเลย เจ้าประคุณจะให้รับประทานเข้าไปหมดเลยหรือนี่ ขาหมูทอดกรอบที่บอกเป็นขาหมูเยอรมันที่เราซัดกันที่โรงเบียร์นั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ในที่สุดเราก็รับประทาน (น่าจะใช้คำที่เกินกว่ารับประทานแต่เกรงว่าจะไม่สุภาพ) กันเกลี้ยง แล้วก็ล้างปากด้วยเบียร์กันต่อ วันนี้อิ่มมากกล้บถึงห้องที่โรงแรมอาบน้ำอาบท่าแล้วก็เข้าเฝ้าพระอินทร์

No comments: