บทความนี้พัฒนาขึ้นจากบทความก่อนหน้านี้ของผู้เขียน ซึ่งแจกจ่ายในงานพระราชทานเพลิงศพของมารดาของข้าพเจ้า ผู้อ่านที่ไม่ได้รับแจกหนังสือนั้นสามารถดาวน์โหลดบทที่เกี่ยวกับการอ่านเร็วได้ที่นี่ (http://arm.crma.ac.th/public/SIHB-49-09-07.pdf) จากคำติชม และคำแนะนำจากผู้อ่านหลาย ๆ ท่าน ซึ่งประกอบด้วยหลากหลายช่วงวัยของอายุ แสดงให้เห็นว่าการอ่านเร็วมีประโยชน์กับทุกท่านอย่างแท้จริง ข้อเสียของบทความดังกล่าวมีเนื้อหาทางทฤษฏีที่มากเกินไปและเข้าใจยาก ซึ่งเป็นความตั้งใจของผู้เขียนที่ต้องการยืนยันว่าการอ่านเร็วเป็นไปได้จากหลักการทางทฤษฏีที่ได้อธิบายไว้ เทคนิคการอ่านเร็วไม่ใช้ของใหม่ เป็นสิ่งที่ได้มีการพัฒนามานาน ผู้อ่านที่สนใจความรู้เพิ่มเติมสามารถดูได้จากเอกสารอ้างอิงในไฟล์ที่ให้ไว้
การอ่านเร็วไม่ใช่เรื่องยาก แต่การอ่านช้ากลายเป็นนิสัยที่ติดมาช้านานตั้งแต่เด็กเริ่มหัดอ่าน เป็นนิสัยที่ไม่ดีทำให้เกิดผลกระทบข้างเคียงหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น เด็กสองคนคนหนึ่งมีขีดความสามารถอ่านและเข้าใจได้รวดเร็ว ส่วนอีกคนอ่านได้ธรรมดาเหมือนคนทั่วไป ทั้งสองคนได้รับมอบหมายการบ้านให้อ่านเรื่องราวในหนังสือที่กำหนดแล้วมาอธิบายให้คุณครูฟัง เด็กที่อ่านเร็วกว่าย่อมได้เปรียบ กว่าทั้งในด้านเวลาและความเข้าใจ เช่น หากเขาอ่านได้เร็วกว่าสองเท่า ก็จะมีเวลาทบทวนได้อีกครั้ง หากไม่ต้องทบทวนเขาก็สามารถใช้เวลาในการผ่อนคลาย พูดง่าย ๆ ก็คือมีเวลาเล่นมากกว่า สุขภาพจิตก็ดีกว่าไม่เป็นคนเครียด ตรงกันข้ามกับคนที่อ่านได้ไม่เร็ว ความเครียดก็จะเริ่มสะสมขึ้นทีละน้อยอย่างน่ากลัว จนเมื่อต้องเรียนหนังสือมากขึ้น มีเนื้อหาที่ต้องทำความเข้าใจมากขึ้น ก็จะทำให้ไม่สามารถรับแรงกดดันนั้นไหว และเป็นสาเหตุให้ไม่ประสบความสำเร็จในการเรียน หรือแม้แต่การทำงาน
การอ่านเร็วในผู้ใหญ่มีผลกระทบเข่นเดียวกันกับปัญหาที่เกิดขึ้นในเด็กและจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ เนื่องจากมีเรื่องราวที่ต้องให้อ่านมากมายไปหมด อย่าลืมว่าผู้ใหญ่ก็ต้องการเวลาเล่นเช่นเดียวกับเด็ก ถ้าเราหยุดเล่นแล้วเราจะแก่เร็วกว่าที่คิดอีกนะ
"We don't stop playing because we grow old; we grow old because we stop playing." --George Bernard Shaw
ข้อมูลสถิติของสหรัฐ [2] แสดงให้เ็ห็นว่าคนทั่วไปโดยเฉลี่ยแล้วจะต้องใช้เวลาอ่านหนังสือหรือเอกสารประมาณปีละ 128 ชั่วโมง ดูเหมือนจะไม่มาก แต่สำหรับบางท่านแล้วแน่นอนเหลือเกินว่าคงใช้เวลากับการอ่านมากกว่านี้หลายเท่า โดยปกติแล้วการอ่านด้วยวิธีธรรมดาจะอ่านได้ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 150 คำต่อนาที การฝึกด้วยซอฟท์แวร์ Best Reader [1] อ้างว่าผู้ที่ผ่านการฝึกที่อ่านได้ช้าที่สุดแล้วยังสามารถอ่านได้ประมาณ 450 คำต่อนาที หรือประมาณสามเท่าของคนปกติ ซึ่งจะทำให้ลดเวลาในการอ่านได้สามเท่า และหากใช้ข้อมูลเฉลี่ยของการอ่านเขาจะใ้ช้เวลาในการอ่านเพียงเกือบ 43 ชั่วโมง เขามีเวลาที่จะไปทำอย่างอื่นได้อีกถึง 86 ชั่วโมงเลยทีเดียว
นอกจากมีเวลาในการทำงานอย่างอื่นเพิ่มขึ้นแล้ว ผู้ที่อ่านเร็วหรือผ่านการฝึกการอ่านเร็วมาแล้วจะรู้สึกว่ามีสมาธิที่ดีขึ้น มีความเข้าใจในเนื้่อหาได้มากกว่าการใช้วิธีการอ่านแบบดั้งเดิม ทำไมถึงสมาธิดีขึ้น? เหตุผลง่าย ๆ คือผู้อ่านตั้งรวบรวมจุดโฟกัสใ้ห้มาอยู่กับคำทีไหลเข้ามาอย่างรวดเร็วและหากชักช้าก็จะทำให้อ่านไม่ทันและไม่รู้เรื่องเป็นการบังคับจิตในทางอ้อมไม่ให้หันไปสนใจกับสิ่งอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง แล้วทำไมอ่านเร็วมากจะเข้าใจได้ดีกว่าค่อย ๆ อ่านซึมซาบไปทีละนิด? ก่อนอื่นมาดูข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความจำของสมอง สมองมีทั้งความจำระยะสั้นและความจำระยะยาว (หรือถาวร) ขณะที่เราอ่านหนังสือคำต่าง ๆ จะถูกกวาดเข้ามาในความจำระยะสั้นซึ่งมีอยู่อย่างจำกัด ทำการตีความหมายแล้วพยายามเข้าใจหรือผูกเรื่องราวให้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เคยฝังไว้ในความจำแบบถาวร การเห็นได้มากกว่าย่อมทำให้เข้าใจภาพรวมทั้งหมดได้ดีกว่า ลองนึกสภาพคนสองคนหนึ่งยืนอยู่ตรงสถานีรถไฟฟ้ากลางกรุงมองเห็นแต่เสา ตึก หากตอนนั้นเกิดน้ำท่วมเขาจะมองเห็นน้ำนองเต็มถนนแล้วก็นึกว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ส่วนอีกคนยืนอยู่บนยอดหอคอยที่มองเห็นในภาพที่กว้างกว่าเขาจะเข้าใจดีกว่าว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ความจำชั่วคราวเปรียบเสมือนลูกโป่งที่สามารถยืดหดได้ คนที่อ่านช้าจะอ่านทีละคำอัดเข้าไปในลูกโป่งแล้วก็ปล่อยออกมาเพื่อตีความหมาย ส่วนคนที่อ่านได้เร็วในเวลาเท่า ๆ กันในลูกโป่งของเขาจะมีคำไหลเข้าไปมากกว่าดังนั้นการทำความเข้าใจกับเรื่องราวที่อ่านอยู่จะทำได้ดีกว่า
สรุปข้อดีของการอ่านเร็ว
- เด็กมีเวลาเล่นมากขึ้นไม่ต้องเครียด
- ผู้ใหญ่ก็มีเวลาเล่นมากขึ้น
- หากไม่เล่นมากขึ้น ก็สามารถใช้เวลาที่มีมากขึ้นทำงานเพิ่มขึ้นได้
- พนักงานทำงานได้เร็วขึ้น
- มีความเข้าใจในการสื่อสารมากขึ้น
- เสียเวลากับการอ่านหนังสือพิมพ์น้อยลง
- คนทั้งประเทศมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
- ปัญหาด้านการศึกษาลดน้อยลง
- ธุรกิจหนังสือขายดีขึ้น
- นักเขียนมีงานต้องทำมากขึ้น
- ขับรถบนทางด่วนได้ดีขึ้น อ่านป้ายจราจรได้อย่างรวดเร็ว
บทที่ 3 - เทคนิคพัฒนาการอ่านเร็ว
บทที่ 4 - เทคนิคพัฒนาทักษะความเข้าใจและความจำ
บทที่ 5 - สรุป
เอกสารอ้างอิง
[1] โปรแกรมฝึกอ่านเร็ว Best Reader, URL - http://readerssoft.com/index.php
[2] The Bureau of Labor Statistics of the U.S. Department of Labor, 2008
[3] http://www.ababasoft.com/words/words_flash.html
[4] http://www.ababasoft.com/subvocalization/
[5] ประวัติของการอ่านเร็วที่ฮาร์วาร์ด http://www.study-habits.com/images/speed-reading-full.jpg
[6] IQ-Matrix Speed Reading, http://blog.iqmatrix.com/accelerated-learning/accelerated-speed-reading-study-skills-mind-map
[7] Luciano Passuello, ระลึกหนังสือทั้งเล่มได้ใน 5 นาที, http://litemind.com/how-to-recall-an-entire-book-in-5-minutes-or-less/
[8] Unforgettable Language, http://www.languageresourceonline.com/retail/vendor/unforgettable_lang.html
1 comment:
จะไปฝึกอ่านเร็วบ้างนะคะ ^________^
Post a Comment